เพดานหนี้ !! ฟังดูเคร่งครัดและเข้มงวด ราวกับว่าเป็นการปิดกั้นการใช้จ่ายของรัฐบาล แต่ในความเป็นจริง การจำกัดการกู้ยืมของรัฐบาลสหรัฐนี้มีผลกับความสามารถในการชำระค่าใช้จ่ายที่มีอยู่เท่านั้น ไม่ใช่เพื่ออนุมัติการใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่มันกลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่ระเบิดได้และมีศักยภาพมากพอที่จะทำให้ตลาดการเงินสั่นคลอน เนื่องจากความล้มเหลวในการเพิ่มเพดานอาจส่งผลให้รัฐบาลผิดนัดชำระหนี้ ปละการปิดหน่วยงานบางส่วนได้นั่นเอง ++

เพดานหนี้สหรัฐถูกสร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือปี 1917 เพื่อควบคุมการใช้จ่ายของรัฐบาลสหรัฐ และเพื่อให้รัฐบาลสหรัฐ มีความรับผิดชอบทางการเงิน ตั้งแต่นั้นมา เพดานหนี้ได้ถูกเพิ่มหรือแก้ไข 78 ครั้งซึ่งเกิดขึ้น 49 ครั้งภายใต้ประธานาธิบดีพรรครีพับลิกัน และ 29 ครั้งภายใต้ประธานาธิบดีฝั่งพรรคเดโมแครต เพื่อหลีกเลี่ยงความเป็นไปได้ของการผิดนัดชำระและทำให้เศรษฐกิจสหรัฐ ดำเนินต่อไป โดยไม่มีสัญญาณว่าสภาคองเกรสหันไปใช้ทางเลือกอื่น แม้จะมีคำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเพดานหนี้ก็ตาม 

ที่ผ่านมาสหรัฐยังไม่เคยมีประวัติศาสตร์ผิดชำระหนี้มาก่อน มีแต่เกือบผิดชำระปี 2011 สมัย Barrack Obama เนื่องจากพรรค Democrat เป็นประธานาธิบดี แต่เสียงข้างมากในสภาเป็น Republican สภาไม่อนุมัติงบประมาณ ทำให้สหรัฐต้องผิดนัดชำระ จนต้องปิดบางหน่วยงานรัฐไปบางส่วน จนสหรัฐโดนลดอันดับความน่าเชื่อถือนั่นถือเป็นครั้งแรกสำหรับกรณีดังกล่าว

      รอบนี้การครองสภาอาจมีส่วนคล้ายกัน เควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ สังกัดพรรครีพับลิกัน จากรัฐแคลิฟอร์เนีย  เสนอให้เพิ่มเพดานหนี้ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ และลดการใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง ก่อนการลงคะแนนเสียงของสภาผู้แทนราษฎรที่วางแผนไว้ในสัปดาห์หน้า ซึ่งเพียงพอที่จะป้องกันการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567 ขณะนี้รีพับลิกันคุมเสียงในสภา 222 : 213 นั่นหมายความว่าความพยายามของ McCarthy ในการรวบรวมการประชุมของเขาภายใต้ร่างกฎหมายจะไม่ประสบความสำเร็จ หากสมาชิก GOP มากกว่า 4 คน คัดค้าน  ร่างกฎหมายดังกล่าวจะยุติการลดหย่อนภาษีหลายแสนล้านดอลลาร์สำหรับโครงการพลังงานสะอาดและการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่ รวมถึงจะยุติการระดมทุน 80,000 ล้านดอลลาร์แก่ Internal Revenue Service ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มการตรวจสอบผู้มั่งคั่ง  ขณะที่ ปธน.ไบเดนกล่าวว่า เขาจะยอมรับเฉพาะการเพิ่มหรือระงับเพดานหนี้ที่ไม่มีข้อผูกมัดจากสภาคองเกรสเท่านั้นนักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs Group เตือนว่า เนื่องจากการลดลงเงินได้ภาษี ทำให้โอกาสผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐ อาจใกล้เคียงกับเดือนมิถุนายน หรืออย่างมากก็เดือนสิงหาคมหากไม่สามารถผ่านร่างกฏหมายดังกล่าวได้

       ประเด็นดังกล่าวหลังจากเงียบหายไปนานตั้งแต่ปลายเดือน มค. กำลังจะกลับมาสร้างความกังวลให้ตลาดชัดช่วงเวลาพอดิบพอดี กล่าวคือ ตอนนี้ทองคำกำลังเลี้ยงตัวอยู่ในกรอบ Uptrend Channel แม้วานนี้จะมีการย่อตัวลงมาสัมผัสขอบล่าง 1968 แล้ว แต่การกลับขึ้นมาแตะ 2065 ก็คงต้องอาศัยปัจจัยบวกเข้าช่วย และ หนึ่งในนั้น Admin เชื่อว่าประเด็นเพดานหนี้ที่เตรียมลงมติสัปดาห์จะไม่ราบรื่นเป็นแน่  เป้าหมาย 2065 ภายในเดือนนี้ก็ถือว่าไม่ไกลเกินเอื้อมเช่นกันค๊า…..