Thurs,Dec 2: OPEC+ Meeting
       
ภายใต้แรงกดดันที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ผู้ซื้อรายใหญ่ของโลกประเมินว่าน้ำมันในช่วงนี้ราคาสูงเกินไปร่วมมือกันปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์อย่าง สหรัฐ จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เพื่อกดราคาน้ำมันลง โดยกลุ่ม OPEC+ ได้เตือนแล้วว่าตลาดโลกจะกลับเข้าสู่การเกินดุลในต้นปีหน้าว่าการปล่อยน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ตามแผนสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ จะทำให้อุปทานทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จึงควรติดตามผลการประชุมว่าจะมีการลดการผลิตน้ำมันลงสวนหรือไม่

Market Effect after Goldman Sachs Group forecast :   
   คาดการณ์ว่าเฟดสามารถกระชับนโยบายได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึงการลดการซื้อพันธบัตรเป็น 3 หมื่นล้านเหรียญต่อเดือนตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากระดับใกล้ศูนย์ในเดือนมิถุนายน

Market effect Corona worries new species
          ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ B.1.1.529 ที่เพิ่งค้นพบใหม่ พบในแอฟริกาใต้ ยังอยู่ในความสนใจของตลาด และคสรติดต่มสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

       ปัจจัยที่มีผลต่อทองคำในตลาดขณะนี้มี 2 ประเด็นหลักๆ ที่สามารถแตกย่อยออกได้อีกในหลายมิติ สำหรับเหตุการณ์ในวันศุกร์ก็เป็นอีก 1 ใน 2 เรื่องหลังพบโควิดสายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกาใต้ B.1.1.529 ความกังวลการกลายพันธุ์ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงอย่างมาก หุ้นสหรัฐ S&P 500 ร่วง -2.27% Dax ร่วง -4.15% Ni225 ติดลบ -2.53% หุ้นไทยร่วง -2.30% หรือราว 37.85 จุด ส่งผลให้ทองคำดีดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 1790 สู่ 1815 และค่าเงินบาทอ่อนค่าอย่างรวดเร็วจาก 33.31แตะระดับ 33.74 ราคาทองคำแท่งพุ่งสูงสุด แตะ 28750 เลยทีเดียว ด้วยโควิดสายพันธุ์ดังกล่าวสามารถแพร่กระจายง่ายกว่าสายพันธุ์เดลตาเท่าตัว อังกฤษต้องระงับเที่ยวบินจากแอฟริกาแล้ว ฝั่ง EU เตรียมออกกฎใหม่ ประชาชนที่ฉีดวัคซีนเกิน 9 เดือนต้อง กระตุ้นก่อนเดินทาง รัฐบาลอิตาลีประกาศมาตรการโควิดที่เข้มงวดมากขึ้น รัฐบาลชุดใหม่ของเยอรมนีกำลังพิจารณาว่ากฎระเบียบเกี่ยวกับพาสปอร์ต และอีกหลายประเทศรวมถึงไทยต่างกำหนดข้อจำกัดการเดินทางจากประเทศแอฟริกาใต้ด้วยเช่นกัน จึงไม่แปลกนักที่นักลงทุนจะขายสินทรัพย์เสี่ยง หันหน้าเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยทันทีด้วยความตกใจ แต่ท้ายที่สุดกลับพบว่าทองคำก็ได้ถูกเทขายในช่วงดึกจาก 1815 กลับมาปิด 1787 เช่นกัน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวก็พอจะอธิบายได้ว่าอาจเป็นเพราะ ก่อนหน้าได้มีกระแสข่าวหนาหูว่าความกังวลของเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจทำให้เฟดเพิ่มปริมาณการทำ Taper รายเดือนเป็น 2 เท่าจากเดิม 15 bn กลายเป็น 30 bn และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจมาเร็วขึ้นนั่นเอง ซึ่งการปรับตัวลงของ Gold Spot ในท้ายที่สุดก็ทำให้เชื่อว่าตลาดอาจเพียงแค่ตกใจโควิดสายพันธุ์ใหม่ แต่ลึกๆแล้วกังวล Effect จากเฟดมากกว่า แต่นัยะของการย่อตัวในรอบนี้คาดว่าน่าจะมีแรงซื้อเข้ามาเป็นระยะตราบใดที่โควิดสายพันธุ์ยังสร้างความกังวลให้ตลาดเช่นนี้ต่อไปเพราะหากหลายประเทศกลับมาล๊อคดาวน์ด้วยสายพันธุ์ดังกล่าวแน่นอนย่อมส่งผลกระทบต่อการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินของสหรัฐหรือประเทศอื่นๆ ได้โดยไม่ยากนัก สำหรับค่าเงินบาทยังคงมีแนวต้านสำคัญที่ 33.90 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของโควิด 19 สายพันธุ์ให้เป็นหลักว่าจะกังวลเพิ่มจน Break แนวต้านดังกล่าวได้หรือไม่ หาก Break ได้การอ่อนค่าจะกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและสะท้อนออกมาได้รูปของราคาแท่งที่สูงขึ้นได้ต่อเนื่องเช่นสัปดาห์ที่ผ่านมาแต่หากความกังวลทุเลา บาท Break ไม่ได้ ระวังการแข็งค่าอย่างรุนแรงเช่นกัน กลยุทธ์ย่อซื้อจึงเป็นทางเลือกแรก แต่ควรเคร่งครัด Stop-loss หากสถานการณ์ข่าวเปลี่ยนไปจากที่คาดกด